ที่เที่ยวสุพรรณบุรี ที่เที่ยววันหยุด ไม่ไกลจากกรุงเทพ ไม่ต้องง้อวันหยุดยาว สัมผัสวิถีชีวิตบ้านนา

ที่เที่ยวสุพรรณบุรี ที่เที่ยววันหยุด ไม่ไกลจากกรุงเทพ ไม่ต้องง้อวันหยุดยาว สัมผัสวิถีชีวิตบ้านนา
ที่เที่ยวสุพรรณบุรี ที่เที่ยววันหยุด ไม่ไกลจากกรุงเทพ ไม่ต้องง้อวันหยุดยาว สัมผัสวิถีชีวิตบ้านนา

ที่เที่ยวสุพรรณบุรี

ที่เที่ยวสุพรรณบุรี ที่เที่ยววันหยุด ไม่ไกลจากกรุงเทพ ไม่ต้องง้อวันหยุดยาว สัมผัสวิถีชีวิตบ้านนา 1

หลายคนคงอยากจะไปเที่ยวพักผ่อนในช่วงวันหยุด หลังจากที่ประเทศไทยเปิดประเทศ การท่องเที่ยวทั่วไทยก็เริ่มครึกครื้นกันมากขึ้น ที่เที่ยวสุพรรณบุรี เป็นที่เที่ยวที่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ ไม่ต้องง้อวันหยุดยาว ๆ ไปสัมผัสกับวิถีชีวิตบ้านนา มีที่ไหนบ้างไปดูกันเลยค่ะ 

1. ตลาดน้ำสะพานโค้ง

ที่เที่ยวสุพรรณบุรี ที่เที่ยววันหยุด ไม่ไกลจากกรุงเทพ ไม่ต้องง้อวันหยุดยาว สัมผัสวิถีชีวิตบ้านนา 1. ตลาดน้ำสะพานโค้ง

ตลาดน้ำสะพานโค้ง เป็นที่เที่ยวสุพรรณบุรี เป็นแหล่งท่องเที่ยววันหยุด ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ โดยไม่ต้องง้อวันหยุดยาว ๆ สามารถเที่ยวได้ในช่วงวันหยุดเสาร์อาทิตย์ เพื่อไปสัมผัสวิถีชีวิตบ้านนา ตลาดน้ำสะพานโค้งตั้งอยู่บริเวณคลองสองพี่น้อง ต.ต้นตาล อ.สองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี เป็นอีกแหล่งท่องเที่ยวและแลนมาร์คใหม่ที่น่าสนใจและน่าไปเที่ยวไปสัมผัสกับวิถีชีวิตของคนในชุมชนคลองสองพี่น้อง 

ตลาดน้ำสะพานโค้ง ได้สร้างขึ้นมาจากผู้นำชุมชม และความร่วมไม้ร่วมมือของชาวบ้านในชุมชนสร้างตลาดน้ำสะพานโค้งขึ้นมาจนกลายเป็นที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่ สร้างร้ายได้ให้กับคนในชุมชนดีทีเดียวเลยค่ะ โดยที่นี่มี สุ่มปลายักษ์ที่เป็นจุดเช็คอินที่น่าทึ่งมาก เพราะว่าเป็นสุ่มปลาที่มีขนาดใหญ่มากและสามารถที่จะขึ้นไปด้านบนเพื่อชมวิวทิวทัศน์ได้ถึง 360 องศากันเลยค่ะ แต่ขอบอกว่ามันก็จะเสียว ๆ หน่อยนะคะ สำหรับที่สูง ๆ ใครที่ชอบความสูงอยู่แล้วก็คงจะเป็นที่ชื่นชอบแน่นอนค่ะ

และนอกจากนี้ยังมีสะพานไม้ไผ่ให้ทอดยาวไปกลางคลองสองพี่น้อง และมีร้านค้าพายเรือเข้ามาขายอาหารและเครื่องดื่มต่าง ๆ ทอดยาวไปตามสะพานไม้ไผ่เช่นกันค่ะ ซึ่งบอกเลยว่างานนี้ของกินเพียบเลยค่ะ เป็นสตรีทฟู้ดท่ามกลางคลองน้ำที่เต็มไปด้วยดอกบัวเต็มท้องทุ่ง ได้บรรยากาศที่ใกล้ชิดกับธรรมชาติมาก ๆ เลยค่ะ และหากเราต้องการที่จะพายเรือเล่นก็สามารถทำได้นะคะ แต่หากพายไม่เป็นเขาก็มีคนขับเรือพาเราล่องเรือเล่นด้วยค่ะ รับรองว่าได้ที่ตลาดน้ำสะพานโค้งนี้เต็มอิ่มกับบรรยากาศที่ใกล้ชิดกับธรรมชาติแน่นอนค่ะ

2. หมู่บ้านอนุรักษ์ควายไทย

ที่เที่ยวสุพรรณบุรี ที่เที่ยววันหยุด ไม่ไกลจากกรุงเทพ ไม่ต้องง้อวันหยุดยาว สัมผัสวิถีชีวิตบ้านนา 2. หมู่บ้านอนุรักษ์ควายไทย

ที่เที่ยวสุพรรณบุรี ที่เที่ยวช่วงวันหยุด ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ ไม่ต้องง้อวันหยุดยาว ไปเที่ยวยังสถานที่ ที่ให้เราจะได้สัมผัสกับวิถีชีวิตบ้านนาในช่วงที่ประเทศเปิดโควิดระบาดน้อยลง ก็คงจะเป็นที่ไหนไปไม่ได้นอกจากที่ หมู่บ้านอนุรักษ์ควายไทย ซึ่งตั้งอยู่ริมทางหลวงหมายเลข 340 สุพรรณบุรี-ศรีประจันต์ 

หมู่บ้านอนุรักษ์ควายไทย ที่นี่จะทำให้เราได้ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ได้เรียนรู้เกี่ยวกับวิถีชีวิตของคนในสมัยโบราณ วิถีชีวิตแบบพื้นบ้านของภาคกลาง โดยผ่านกิจกรรมต่าง ๆ ในพื้นที่กว่า 100 ไร่ โดยมีหมู่บ้านชาวนาที่มีความเป็นอยู่อย่างเรียบง่าย มีลานนวดข้าว คอกที่มีไว้ให้ควายอยู่ และมีบ้านเรือนไทยทางภาคกลาง เราจะได้สัมผัสกับชีวิตในแบบโบราณเพราะเป็นอะไรที่หาดูได้ยากสำหรับชีวิตคนในเมือง ภาพแบบนี้จะเห็นได้น้อยมากในปัจจุบัน และยังมีการสาธิตการทำนาแบบโบราณที่ใช้ควายในการดำนา 

นอกจากนี้ยังมีสวนผีเสื้อหลากหลายพันธุ์ให้เราได้เห็นผีเสื้อสวยงามที่แปลกตาและไม่ค่อยได้เห็นโดยทั่วไป มีสวนกล้วยไม้นานาพันธุ์ที่ออกดอกได้สวยงามหลากชนิดกันเลยทีเดียวค่ะ และยังมีเรือนและสวนสมุนไพร ไว้สำหรับผู้ทีสนใจว่าจะเป็นเรือนแพทย์แผนไทย การนวดแผนไทย และการใช้สมุนไพรไทย และมีเรือนโหราศาสตร์ด้วยนะคะ ใครชอบสายนี้ต้องไม่พลาด

และที่เห็นจะเป็นไฮไลท์ของการได้มาเที่ยวที่นี่ก็คือการแสดงของควายนั่นเองค่ะ ซึ่งเรียกรอยยิ้มและเสียงปรบมือได้จากผู้ชมได้มากมายเลยทีเดียวค่ะ และน่าทึ่งมากที่ควายสามารถแสดงการทำตามคำสั่งได้อย่างน่ารัก และที่น่ารักมากมายก็จะเป็น ความยิ้ม ยิ้มได้น่ารักและกินใจผู้ชมจริง ๆ ค่ะ หลังจากทริปนี้ก็อาจจะกลับไปฝันถึงน้องควายยิ้มกันเลยก็ได้นะคะ ฮ่าฮ่า

3. สามชุก ตลาดร้อยปี

ที่เที่ยวสุพรรณบุรี ที่เที่ยววันหยุด ไม่ไกลจากกรุงเทพ ไม่ต้องง้อวันหยุดยาว สัมผัสวิถีชีวิตบ้านนา 3. สามชุก ตลาดร้อยปี

ที่เที่ยวสุพรรณบุรี ที่เที่ยวในวันหยุด ที่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ ไม่ต้องง้อวันหยุดยาว สามารถไปเที่ยวได้ง่ายๆ ได้สัมผัสกับวิถีชีวิตของชุมชน

เพราะช่วงนี้ประเทศไทยเปิด ทำให้การท่องเที่ยวของไทยมีความคึกคักมากขึ้น การไปเที่ยวช่วงวันหยุดยาวอาจจะทำให้มีผู้คนเที่ยวกันมากขึ้น

หากเราไม่อยากไปเที่ยวแบบเบียดเสียดกันมาก เราสามารถที่จะไปเที่ยวยังสถานที่เที่ยวที่ใกล้ ๆ โดยเฉพาะคนที่ทำงานในกรุงเทพฯ สามารถที่จะไปเที่ยวยังที่เที่ยวใกล้ ๆ ในวันหยุดเสาร์ อาทิตย์ได้สบาย ๆ ไปกินเที่ยวช็อปที่สุพรรณบุรี ซึ่งมีแหล่งท่องเที่ยวมากมาย แต่หากเราไปที่นี่ สามชุก ตลาดร้อยปี เราจะได้กินเที่ยวช็อปแล้วยังได้สัมผัสกับวิถีชีวิตของชุมชนอีกด้วยค่ะ

สามชุก ตลาดร้อยปี ในอดีตเคยเป็นแหล่งการค้าสำคัญในการติดต่อค้าขายแลกเปลี่ยน มาเป็นเวลานานกว่าร้อยปี และตลาดตั้งอยู่ที่ริมแม่น้ำท่าจีนจึงทำให้การค้าขายมีความคึกคักและมีผู้คนอาศัยหลากหลายเชื้อชาติทั้งไทย มอญ และจีน ส่วนใหญ่จะเป็นอาคารไม้โบราณตลอดสองข้างทางของตลาด และเป็นสถาปัตยกรรมของอดีตที่สวยงาม

มีลวดลายฉลุของไม้ ทำให้เห็นถึงบรรยากาศการค้าขายทีเป็นแบบโบราณดั้งเดิมในอดีตมาจนถึงปัจจุบัน ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ที่โดดเด่นทำให้หลาย ๆ คนที่มาเที่ยวได้รู้สึกถึงการได้มาเดินเล่นเลือกซื้อของกินของใช้และของฝากที่มีความเป็นอดีตย้อนยุค ไม่ว่าจะเป็นอาหารพื้นเมือง ของใช้ของฝากจากอดีตสู่ปัจจุบัน เพราะที่ตลาดได้มีการพัฒนาให้ทันสมัยในปัจจุบันแต่ยังคงอนุรักษ์ความเป็นดั้งเดิมเอาไว้ จึงได้ขนานนามว่า สามชุก ตลาดร้อยปี ตลาดมีชีวิต พิพิธภัณฑ์มีชีวา  รับรองว่ามาเดินเที่ยวที่นี่แล้วต้องได้เลือกซื้อข้าวของติดไม้ติดมือ แบบเยอะ

แยะมากมายเลยค่ะ 

4. ชุมชนตำบลบ้านแหลม

ที่เที่ยวสุพรรณบุรี ที่เที่ยววันหยุด ไม่ไกลจากกรุงเทพ ไม่ต้องง้อวันหยุดยาว สัมผัสวิถีชีวิตบ้านนา 4. ชุมชนตำบลบ้านแหลม

ชุมชนตำบลบ้านแหลม เป็นที่เที่ยวสุพรรณบุรี ที่เที่ยวสำหรับวันหยุด ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ และไม่ต้องง้อวันหยุดยาว ๆ สามารถเที่ยวได้สบาย ๆ ได้สัมผัสกับวิถีชีวิตของคนในชุมชนบ้านแหลม และช่วงนี้ประเทศไทยได้เปิดประเทศแล้ว เราสามารถที่จะไปเที่ยวทั่วไทย ไปเที่ยวด้วยกันกับการไปเที่ยวสัมผัสกับวิถีชีวิตของคนในชุมชนกับโปรแกรมท่องเที่ยวที่ชุมชนบ้านแหลมเขาได้เตรียมไว้ให้กับจุดเช็คอินต่าง ๆ ที่พวกเขาจะพาพวกเราได้ไปสัมผัส ความสนุก ความมันส์ ความน่ารัก และความประทับใจจะเกิดขึ้นจากที่แห่งนี้

ชุมชนตำบลบ้านแหลม อ.บางปลาม้า ของจังหวัดสุพรรณบุรี เกิดจากความร่วมมือความสามัคคีของคนในชุมชนทั้ง 5 หมู่บ้าน โดยมีคุณโสภณ พันธุ ผู้นำกลุ่มท่องเที่ยวของชุมชนได้นำเอาจุดเด่นของแต่ละหมู่บ้านมาพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยว และยังได้รับรางวัลชุมชนต้นแบบจากชุมชนทั่วประเทศของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และยังได้รับรางวัลชนะเลิศโครงการThailand Village Academy ของกรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม และยังเป็นชุมชนท่องเที่ยวอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ CIV กรมส่งเสริมอุตสาหกรรมอีกด้วยค่ะ

นอกจากนี้แล้วชุมชนบ้านแหลมยังเป็นชุมชนโฮมสเตย์ที่เป็นมาตรฐานอาเซียนกันเลยทีเดียวค่ะ และการนำเที่ยวของมัคคุเทศก์ก็ได้มาตรฐานด้วยเหมือนกันค่ะ  การันตีด้วยคุณภาพและรางวัลขนาดนี้ต้องไปเที่ยวด้วยกันสักครั้งค่ะ

ที่ชุมชนตำบลบ้านแหลม เขาจะจัดกิจกรรมให้เราได้เที่ยวในแต่ละวันที่ไม่ซ้ำกัน เราจะได้เที่ยวตามชุมชน 5 หมู่บ้าน ซึ่งแต่ละจุดก็จะแตกต่างกันออกไป และเราจะได้กินได้เที่ยว และพักผ่อนชนิดที่สนุกไม่ซ้ำกัน

เลยค่ะ ไม่ว่าจะเป็นการเที่ยวชมการทำธูปหอมหลากสี ที่ชุมชนบ้านแหลมได้ทำมาอย่างยาวนาน และเรียนรู้การทำผลิตภัณฑ์ของผักตบชวา ที่เป็นการทำด้วยมือ เรียกได้ว่าเป็นงานชิ้นเดียวที่มีในโลกเลก็ว่าได้ค่ะ ทั้งกระเป๋า หมวก พวงกุญแจ ทำให้สวยงามมากค่ะ และเรายังได้นั่งเรือพาชมวิถีชีวิตของชุมชมไปตามลำน้ำท่าจีน เรียนรู้ที่จะเป็นเชฟท้องถิ่น คือการทำขนมไทย ๆ ที่หลากหลาย ตลอดจนการทำน้ำพริกเผาจากสูตรของชุมชนบ้านแหลม และได้ทานอาหารบนเรือ บรรยากาศการล่องเรือตามรอยเสด็จประพาสต้น รัชกาลที่ 5 ด้วยค่ะ ตามด้วยการนวดแผนไทยโบราณเพื่อผ่อนคลาย  

จบท้ายกับการเยี่ยมชมไร่นาสวนผสมที่ใช้หลักแนวเศรษฐกิจพอเพียง ณ ไร่มณฑาทิพย์  ความสุขไม่ได้จบเพียงเท่านี้นะคะ ยังมีอีกหลายโปรแกรมที่ทางชุมชนบ้านแหลมเขาได้จัดไว้ให้กับนักท่องเที่ยว ซึ่งตารางการท่องเที่ยวของแต่ละวันแต่ละทริปก็จะแตกต่างกันออกไปค่ะ

ดังนั้นก่อนมาเที่ยวต้องจองล่วงหน้านะคะทุกคน เพราะจะได้จัดทริปโดนๆ ให้กับนักท่องเที่ยว และรับรองว่าทริปนี้จะประทับใจกับการเรียนรู้วิถีชีวิตชุมชนของคนตำบลบ้านแหลมกลับไปอย่างแน่นอนค่ะ   

5. ตลาดเก้าห้อง 100 ปี

ตลาดเก้าห้องเป็นอีกหนึ่งที่เที่ยวสุพรรณบุรี สามารถเป็นที่เที่ยวในวันหยุด ซึ่งไม่ไกลจากกรุงเทพฯ และไม่จำเป็นต้องง้อวันหยุดยาวด้วยค่ะ

ไปเดินเที่ยวตลาดเก้าห้อง สัมผัสกับวิถีชีวิตของชุมชนในอดีตตลาดเก้าห้อง เป็นตลาดที่มีความเจริญรุ่งเรืองในการค้าขายในอดีตของชาวจีนและชาวไทยมาเป็นเวลาร้อยกว่าปี ซึ่งอยู่ติดกับแม่น้ำท่าจีน 

ในตลาดมีลักษณะเป็นห้องแถวที่สร้างด้วยไม้ และได้มีการตกแต่งพัฒนาเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน แต่ก็ยังคงอนุรักษ์ให้เป็นตลาดที่คงความเป็นดั้งเดิมของตลาดโบราณที่เคยเจริญรุ่งเรืองเหมือนในอดีต และช่วงนี้ประเทศไทยได้เปิดประเทศ โควิดเริ่มระบาดน้อยลงแล้ว ทำให้ตลาดแห่งนี้มีความคึกคักอีกครั้งของผู้คนที่เข้ามาท่องเที่ยวทั้่งคนในและต่างจังหวัดสุพรรณบุรี ซึ่งที่ตลาดแห่งนี้นอกจากจะมีอาหารและเครื่องดื่ม ขนมและของใช้ ของฝากพื้นบ้านให้เลือกดูเลือกซื้อกันอย่างจุใจแล้วก็ยังมี พิพิธภัณฑ์ตลาดเก้าห้อง ซึ่งจัดแสดงของใช้โบราณของชาวจีน ศาลเจ้าพ่อทุ่งแค โรงสีเก่า ศาลเจ้าแม่ทับทิม โรงพิมพ์เก่า ศาลเจ้าพ่อหลักเมือง และอีกหนึ่งไฮไลท์ที่เป็นแลนมาร์คที่สำคัญของที่นี่ก็คือ

หอดูโจร ซึ่งมีความสูงเทียบเท่าตึก 4 ชั้น กันเลยทีเดียวค่ะ สามารถขึ้นไปชมวิวทิวทัศน์ได้  และอีกจุดที่เช็คอินได้ภาพสวย ๆ ก็คือสะพานแขวนสีแดงที่เด่นเป็นสง่าเพื่อใช้เดินทางข้ามน้ำไปยังตลาด  และที่พลาดไม่ได้ที่ต้องซื้อกลับบ้านก็คือ ขนมเปี๊ยะค่ะ เพราะว่าที่นี่เป็นโรงงานผลิตขนมเปี๊ยะที่ใหญ่ในจังหวัดสุพรรณบุรีเลยก็ว่าได้นะคะ ก่อนกลับบ้านคิดว่าคงจะได้ทั้งอาหาร ขนม และของฝากติดไม้ติดมือมาเยอะแยะมากมายแน่ ๆ ค่ะ 

6. สมหวังที่วังยาง

การได้เที่ยวยังสถานที่ต่าง ๆ ก็เป็นความสนุกสนานที่ทำให้เราได้ผ่อนคลาย และยิ่งตอนนี้การระบาดของโควิดได้ลดลงแล้ว การท่องเที่ยวทั่วไทยก็ทำให้เราได้ผ่อนคลายกันมากขึ้น และที่เที่ยวสุพรรณบุรี  ที่เที่ยววันหยุด ซึ่งไม่ไกลจากกรุงเทพฯ โดยที่เราไม่ต้องง้อวันหยุดยาว ๆ ได้สัมผัสวิถีชีวิตของชุมชนบ้านนา นั่นก็คือ การเที่ยวเก็บลูกสมหวังที่วังยาง จ.สุพรรณบุรีนั่นเองค่ะ

สมหวังที่วังยาง ทริปนี้จะทำให้เราได้ออกมาผ่อนคลาย สนุกสนานกับการทำกิจกรรมร่วมกับชุมชนบ้านวังยาง อ.ศรีประจันต์ คือการได้มาเก็บลูกสมหวัง หรือเมื่อก่อนนี้ชื่อว่า ลูกแห้วนั้นเองค่ะ เป็นการจัดกิจกรรมการท่องเที่ยวของชาวบ้านวังยาง โดยในการทำกิจกรรมครั้งนี้ พวกเขาจะพาเราไปเรียนรู้วิถีชีวิตของชุมชน โดยมีการเตรียมชุดเก็บลูกสมหวังกันก่อนค่ะ นั่นก็คือ รองเท้าบูท และถุงมือ เอาไว้เตรียมลุยเก็บลูกสมหวัง เราต้องออกเดินทางไปยังทุ่งสมหวังด้วยรถอีแต๊กค่ะ เมื่อไปถึงท้องนาสมหวังบรรยากาศนี้ก็จะเหมือนทุ่งนาข้าวโดยทั่วไปมีความกว้างขวางสุดลูกหูลูกตากันเลยค่ะ และเมื่อกายพร้อมใจพร้อมก็ลงลุยทุ่งสมหวังเพื่อควานหาลูกสมหวังกันเลยค่ะ โอ้โห!!! ได้มาเยอะมากค่ะทุกคน และตัวเราก็จะเลอะเทอะ ไปกับโคลนกันไปเลยทีเดียว

หลังจากเก็บเสร็จแล้ว ก็นำลูกสมหวังไปแปรรูปเป็นของกิน ในรูปแบบต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการกินสด ๆ รสชาติก็อร่อยเลยค่ะ การทำทับทิมกรอบ เฟรนช์ฟรายลูกสมหวัง ฯลฯ ระหว่างที่เขาแปรรูปทำอาหารอยู่นั้น เราก็สามารถที่จะเดินไปเที่ยวชมและถ่ายรูปกับสะพานไม้ทอดยาวไปในทุ่งนาข้าว รับกับบรรยากาศยามเย็นที่แสนจะสวยงาม ได้รูปภาพจุดเช็คอินที่สวยงามกันเลยทีเดียวค่ะ ก่อนกลับที่นี่เขาก็มีการแสดงเล็ก ๆ น้อย ๆ ให้เราได้ประทับใจกันอีกครั้งค่ะ รับรองว่าทริปนี้ก็สนุกไม่แพ้ทริปอื่น ๆ เลยนะคะ และได้ลูกสมหวังกลับบ้านไปฝากญาติ ๆ และเพื่อนฝูงด้วยค่ะ 

7. อุทยานมังกรสวรรค์

จบท้ายกับที่เที่ยวสุพรรณบุรี ที่เที่ยวในวันหยุด ที่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ ไม่ต้องง้อวันหยุดยาว และสัมผัสวิถีชีวิตของชาวจีน นั่นก็คือ อุทยานมังกรสวรรค์ ซึ่งเป็นที่เที่ยวที่เป็นแลนมาร์คสำคัญอีกที่หนึ่งของจังหวัดสุพรรณบุรี

เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่โด่งดังและเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ อุทยานมังกรสวรรค์ตั้งอยู่ในศาลเจ้าพ่อหลักเมืองสุพรรณบุรี เนื่องในโอกาสสัมพันธ์ทางการฑูตครบ 20 ปี ของไทยและจีน เป็นการสร้างที่มีความโดดเด่นของรูปปั้นมังกรขนาดใหญ่มากเป็นจุดเช็คอินที่สวยงามที่สุดเลยค่ะ ในศาลเจ้าพ่อหลักเมืองนั้น จะประกอบไปด้วย อุทยานมังกรสวรรค์ พิพิธภัณฑ์ลูกหลานพันธุ์มังกร และหมู่บ้านมังกรสวรรค์ ก่อนที่เราจะไปชื่นชมจุดเช็คอินอื่น ๆ  เราก็ไปสักการะที่ศาลเจ้าพ่อหลักเมืองสุพรรณบุรีกันก่อนค่ะ เพื่อเป็นสิริมงคลให้กับตัวเอง เพราะหลายคนเชื่อว่าเมื่อเราได้มากราบไหว้บูชาแล้วจะนำมาซึ่งความร่ำรวย มีโชคลาภ และความสำเร็จในชีวิต 

หลังจากที่เราได้สักการะบูชาศาลเจ้าพ่อหลักเมืองแล้ว เราก็ไปชมพิพิธภัณฑ์ลูกหลานพันธุ์มังกรกันเลยค่ะ ที่นี่จะจัดแสดงประวัติศาสตร์ของชาวจีน ซื่งมีถึง 18 ห้อง เดินชมแต่ละห้องได้อย่างจุใจกันเลยค่ะ ที่น่าสนใจนี้ก็ห้องท่านเปาปุ้นจุ้นค่ะ เพราะจัดทำได้เหมือนในหนังจีนเปาปุ้นจิ้นที่เคยนำมาฉายที่ประเทศไทยเลยค่ะ และแต่ละห้องก็มีทั้งแสงสีเสียง ที่ช่วยให้พิพิธภัณฑ์นี้น่าดูและตื่นเต้นไปกับเทคนิคพิเศษต่าง ๆ ที่นำเสนอออกมาได้อย่างน่าสนใจค่ะ หลังจากนั้นก็ไปเดินชมหมู่บ้านมังกรสวรรค์ ที่ได้จำลอง ลี่เจียง เมืองเก่าโบราณของจีนมาไว้ที่นี่เลยค่ะ มีความสวยงามเหมือนกับว่าเราได้เดินท่องเที่ยวอยู่ที่เมืองจีนจริง ๆ เลยค่ะ โดยมีการออกแบบเหมือนที่จีนเป๊ะเลย มีทั้งร้านค้า อาหารและเครื่องดื่ม และจุดชมวิวทิวทัศน์ด้วยนะคะ เมื่อได้มาแล้วก็เต็มอิ่มและจุใจกับอุทยานมังกรสวรรค์ สมกับเป็นเมืองสวรรค์จริง ๆ ค่ะ ทริปนี้ก็ทำให้เราได้เรียนรู้วิถีชีวิตของชาวจีนโดยผ่านดินแดนมังกรสวรรค์ที่สุพรรณบุรี

ว่าแล้วก็ต้องจบทริปไปอย่างน่าประทับใจ และหากได้มา สุพรรณบุรีอีกก็คงจะกลับมาเที่ยวที่นี่อีกสักครั้งค่ะ

เป็นอย่างไรกันบ้างค่ะ กับที่เที่ยวสุพรรณบุรี ที่เที่ยวในวันหยุดที่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ มากนัก และเราก็สามารถไปเที่ยวได้โดยไม่ต้องง้อวันหยุดยาว ได้เที่ยวสัมผัสกับวิถีชีวิตของชุมชนผ่านการท่องเที่ยวไปกับแหล่งท่องเที่ยวของจังหวัดสุพรรณบุรีที่เราได้นำมาฝากกัน รับรองทุกทริปสนุกสนาน และเต็มอิ่มจุใจและยังได้รับความประทับใจกับผู้คนของชุมชมในจังหวัดสุพรรณบุรีและได้เรียนรู้การใช้ชีวิตที่มีความสุขซึ่งไม่ไกลจากตัวเราเลยค่ะ

เครดิตรูป
chillchill

kapook

อ่านต่อที่ 10 ที่เที่ยวสุราษฎร์ธานี อัญมณีแห่งภาคใต้ ไม่ได้มีดีแค่เกาะ

LUNA666

Table of Contents

สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยม

Categories

Table of Contents